THE 41st BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2020 วันที่ 15 - 26 กรกฎาคม 2563 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี INSPIRATION UNLOCKS THE FUTURE : แรงบันดาลใจ

BIMS41 : UPDATE NEWS

TH EN

ต้องไม่พลาดกับตัวแรง 2 ล้อ ดาวเด่นในงาน BIMS 2020 

ไม่พูดถึงก็ไม่ได้กับบิ๊กไบค์ตัวแรงที่เหล่านักบิดสายสปอร์ตต่างหลงไหลกับรูปร่างการออกแบบ เสียงเครื่องยนต์ ความแรงและเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของเหล่าสปอร์ตไบค์ที่มีอยู่ในตลาด ลองมาดูกันว่าซุปเปอร์สปอร์ตภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 มีรุ่นไหนโดนใจกันบ้าง

 

 

Honda CBR1000RR SP

ซุปเปอร์สปอร์ตไบค์ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แถมยังเป็นบิ๊กไบค์ขนาด 1 ลิตร ที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของไบค์เกอร์สายสปอร์ต ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวที่มาพร้อมความแรงกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 998 cc 192 แรงม้า ที่ 13,000 รอบ/นาที ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบ PGM-FI ส่งกำลังด้วยระบบชุดเกียร์ 6 สปีด เรื่องท็อปสปีดไม่ต้องพูดถึงยังไงก็ทะลุ 299+ กม./ชม. อยู่แล้ว  

นอกจากนี้พ่วงด้วยสุดยอดเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลกกับแกน IMU (Inertial Measurement Unit) หรือ G-Sensor ที่ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS ตลอดช่วงเวลาที่ใช้เบรกเพื่อป้องกันไม่ให้ล้อหลังยกตัวเวลาที่เบรกกระทันหัน 

โช้คอัพหน้า Telescopic หัวกลับที่สามารถปรับระดับได้ โดดเด่นด้วยแกนโช้คสีทองจาก Ohlins โช้คอัพด้านหลังแบบ Unit Pro – Link With Gas – Charged จาก Ohlins ปรับระดับได้เช่นเดียวกัน ด้านหน้ามาพร้อมกับดิสก์เบรคแบบคู่ พร้อมคาลิปเปอร์เบรค Monoblock 4 POT และด้านหลังติดตั้งดิสก์เบรคเดี่ยวแบบ Monoblock แบบ 4 POT จาก Brembo ทั้งหมด 

ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกล์ก็มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกใช้ถึง 3 โหมด คือ Track , Sport และ Comfort รวมไปถึงโหมดพิเศษอย่าง Power Selector ที่สามารถเลือก Power/Torque Control/Engine Brake/Suspension, ระบบ Traction Control และระบบอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมี IMU หรือสมองกลที่คอยสั่งงานระบบต่างๆ ทำงานร่วมกับระบบ HTSC หรือ Honda Selectable Torque System ที่ใช้ในรถแข่งระดับโลกอย่าง MotoGP 

BMW S1000RR

บิ๊กไบค์สายพันธุ์ซุปเปอร์สปอร์ตที่วัยรุ่นหลายคนอยากจะได้เป็นเจ้าของสักครั้งในชีวิต และมันยังเป็นสายพันธ์สนามแข่งขันแท้ๆ โดยตอนแรก BMW Motorrad สร้างขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Superbike World Championship และหลังจากนั้นก็ถูกผลิตเพื่อเชิงพาณิชย์ 

S1000RR เวอร์ชั่นล่าสุดมีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ดีไซน์ที่สวยดุดัน ทุกชิ้นส่วนของตัวรถปรับปรุงตัวรถให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งเฟรม, แฟริ่ง, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมถึงเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 999 ซีซี ให้พละกำลัง 207 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบ/นาที ใส่เทคโนโลยี BMW ShiftCam หรือระบบวาล์วแปรผัน ทำให้เครื่องยนต์สามารถเค้นพลังออกมาได้มากขึ้น ขุมพลังทำงานได้อย่างราบเรียบ ให้สมรรถนะที่ดีที่สุดภายใต้สภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน แถมยังประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเดิมเพราะเกิดการเผาไหม้ที่เหมาะสม 

ตัวรถยังมากับโหมดการขับขี่ 4 โหมด อาทิ RAIN, ROAD, DYNAMIC และ RACE นอกจากนี้ยังใส่ระบบ Launch Control ช่วยออกตัวตามรอบที่ตั้งค่าไว้ และระบบ Pitlane Limiter จำกัดความเร็วสำหรับพิทเลนของสนามแข่ง  

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนจะก็จะมีหน้าจอแสดงผลแบบจอสี TFT 6.5 นิ้ว, Quick Shifter, Hill Start Control Pro, ABS Pro, Shift Assist Pro, Dynamic Traction Control, Wheelie Control, และ Dynamic Brake Control เป็นต้น 

Kawasaki Ninja H2 

จะบอกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีใครรู้จักก็ไม่ได้ เพราะมันคือซุปเปอร์สปอร์ตที่ยัดเทคโนโลยีซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมนักออกแบบเครื่องยนต์ของ Kawasaki ภายใต้ความร่วมมือของบริษัทในเครือ ได้แก่ Gas Turbine & Machinery Company, Aerospace Company, และ Corporate Technology Division นำมาซึ่งการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด จนกระทั่งได้ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์เอกสิทธิ์เฉพาะคาวาซากิที่พัฒนามาเพื่อมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ และทำให้ Ninja H2 เร็วและแรงถึงขั้นสุดตามที่เหล่าวิศวกรต้องการ 

รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ดีไซน์มาให้ดูดีเท่านั้น ความงามของ Ninja H2 ยังคงสะท้อนผ่านการทำงานในทุกส่วนประกอบ ตั้งแต่โครงสร้างรถที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่เมื่อต้องใช้ความเร็วสูง เรียกได้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์เร็วและทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้เลยก็ว่าได้ 

Ninja H2 ใช้ขุมพลัง 4 สูบเรียง ขนาด 998 ซีซี. DOHC 16 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยีซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ หรือชุดอัดอากาศ ให้พละกำลังสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 11,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141.7 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบ/นาที มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 238 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดกว่า 400 กม./ชม. โดยชุดเครื่องยนต์ของ Ninja H2 ถูกออกแบบมาให้ทนแรงดันได้มากกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบอัดอากาศถึง 1.5 ถึง 2 เท่า หากไม่นับเพลาลูกเบี้ยว ปะเก็นฝาสูบ และคลัทช์แล้ว เครื่องยนต์ของ Ninja H2 ก็ถือว่าถอดบล็อกมาจากรถแข่งระดับตำนานรุ่น Ninja H2R แบบไม่ผิดเพี้ยน 

ตัวรถยังได้ใช้คาลิเปอร์เบรคเป็น Brembo Stylema แข็งแรง ทนทาน และระบายความร้อนได้ดีระบบแสดงผลเป็นหน้าจอสี TFT สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน ‘Rideology’ ของ Kawasaki ช่วยให้โทรศัพท์ของคุณแสดงรายละเอียดต่างๆ เช่น บันทึกข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลระดับน้ำมัน และสภาพแบตเตอรี่ โดรวมถือว่าเป็นรถที่มากด้วยคุณภาพ ความทันสมัย รวมถึงพลังของเครื่องยนต์และรูปลักษณ์อันสง่างามที่ไม่เหมือนใคร 

 

 

Yamaha YZF-R1M

เกือบทุกสัดส่วนของซุปเปอร์ไบค์คันนี้ถูกพัฒนาโดยทีมแข่งประจำค่ายที่มีทักษะความรู้ความสามารถ รวมถึงผลงานรถแข่งอันโดดเด่นในการแข่งขันรายการใหญ่ๆ อย่าง WSBK และ MotoGP จนสามารถผลิตออกมาสำหรับการขับขี่บนถนนสาธารณะได้ ด้วยชิ้นส่วนแฟริ่งที่ผลิตจากคาร์บอน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์เพิ่มขึ้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์อันซับซ้อน ทำให้มันเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ไบค์ที่หลายคนอยากครอบครอง 

YZF-R1M ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง Crossplane ขนาด 998 ซีซี ซึ่งถือเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ R1 ที่ใช้การจุดระเบิดแบบเดียวกับรถแข่ง MotoGP ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที ทำแรงบิดสูงสุด 112 นิวตันเมตร ที่ 11,500 รอบ/นาที พร้อมเทคโนโลยี Inertial Measurement Unit(IMU) วัดมุมองศา 6 แกน 

มั่นใจทุกครั้งเมื่อขับขี่ด้วยเทคโนโลยีการควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นสูง กับการปรับโหมดขับขี่ด้วย Yamaha Ride Control (YRC) แบ่งออกเป็น 4 โหมดหลักๆ ได้แก่ Mode A-B-C-D โดยในแต่ละโหมดสามารถปรับฃได้ทุกอย่างตามใจ ไม่ว่าจะเป็น ERS, QSS, Lift Control, Launch Control, Slide Control, Brake Control และ Engine Brake Management 

เรือนไมล์ของ YZF-R1M เป็นแบบหน้าจอสีดิจิตอล TFT แสดงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ส่วนช่วงล่างเพิ่มความหนึบในการยึดเกาะถนนด้วยโช้คอัพหน้า Öhlins NPX มาในแบบโช้คไฟฟ้าที่เรียกว่า Ohlins Electronic Racing Suspension (ERS) ด้านหลังใช้รุ่น TTX (ERS) ทั้งคู่จะทำงานร่วมกับระบบ IMU และระบบ Suspension Control Unit (SCU) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

 

Ducati Panigale V4 S

ซุปเปอร์สปอร์พรีเมียมสายพันธุ์อิตาเลียน ที่ยกขุมพลังตัวเก่า 2 สูบ L-Twin ทิ้งไป แล้วจับใส่หัวใจ V4 พื้นฐานเดียวกับในรถแข่ง Ducati Desmosedici RR ที่ใช้ในการแข่งขันรายการ MotoGP ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V4 ขนาด 989 ซีซี ที่เป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากขึ้นทั้งมือใหม่ มือโปร และหากขับขี่บนสนามแข่งบอกเลยว่าเวลาทำเวลาแต่ละรอบได้เร็วขึ้นแน่นอน  

ด้านขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1,103 ซีซี เคลมพละกำลังไวที่ 214 แรงม้า ที่ 13,000 รอบ/นาที และทำแรงบิดได้ 124 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบ/นาที บนน้ำหนักตัวแห้งเพียง 174 กิโลกรัม เฉลี่ย 1.1 แรงม้า ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทำงานร่วสมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พ่วงระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ Ducati Quick Shift EVO 2 ขึ้น/ลงสองทาง และใช้ข้อมูลจากองศาการเอียงของรถเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่เมื่อมีการเปลี่ยนเกียร์ขณะเข้าโค้ง 

Panigale V4 S มาพร้อมกับระบบช่วยเบรกในโค้งได้อย่างปลอดภัย ABS Cornering Bosch, ระบบเพิ่มความเสถียรภาพขั้นสูง ที่ช่วยให้รถมีการยึดเกาะถนนที่ดี Ducati Traction Control EVO (DTC EVO), ระบบป้องกันการสไตล์ขณะอยู่ในโค้ง Ducati Slide Control (DSC), ระบบควบคุมการยกล้อหน้า Ducati Wheelie Control EVO (DWC EVO), ระบบช่วยออกตัว Ducati Power Launch (DPL), ระบบเกียร์ควิกชิพ ทำงานได้ทั้งขึ้นและลง Ducati Quick Shift up/down EVO (DQS EVO), ระบบปรับระดับความหน่วงขณะยกคันเร่ง Engine Brake Control EVO (EBC EVO), และ ระบบควบคุมการทำงานช่วงล่าง Ducati Electronic Suspension EVO (DES EVO) 

Responsive image
Responsive image
  • Email Address
    bangkok-motorshow@grandprix.co.th
  • Contact Center
    081-344-5987